ขบวนแห่พระบรมศพ (La Procession)
94 views
0
0

เดือนตุลาคม เป็นเดือนแห่งความทรงจำรำลึกของปวงชนชาวไทยหลายยุคสมัย เพราะเป็นเดือนที่สังคมไทยประสบกับเหตุการณ์มหาวิปโยคแห่งการเสด็จจากไปของมหาราช 2 พระองค์ ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

พระองค์แรก คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 และ พระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559

จุลสารฉบับนี้ขอนำเสนอบทความเกี่ยวกับบทเพลงสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเพลงที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักกัน คือ เพลง ‘ขบวนแห่พระบรมศพ’ (La Procession) ประพันธ์โดย ยูจีน จินดา กราสซี (Eugene Cinda Grassi; ค.ศ. 1881-1941)

กราสซี เป็นนักประพันธ์เพลงชาวฝรั่งเศส เกิดในเมืองไทยเมื่อปีค.ศ. 1881 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 5 เพราะบิดาซึ่งเป็นสถาปนิกมาทำงานที่เมืองไทยหรือสยามในสมัยนั้น ต่อมาเมื่อกราสซีเข้าวัยรุ่นก็กลับไปประเทศฝรั่งเศส และได้เรียนดนตรีกับ แว็งซอง แด็งดี (Vincent d’Indy; 1851-1931) นักประพันธ์เพลงและครูดนตรีมีชื่อท่านหนึ่งของฝรั่งเศสในสมัยนั้น

กราสซีกลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้งหนึ่งในช่วงปี ค.ศ. 1910-1913 เพื่อศึกษาและเก็บรวบรวมเพลงของชาวสยามที่นิยมกันในสมัยนั้น บทเพลงไทยเหล่านี้และประสบการณ์ต่างๆที่พบเจอในเมืองไทย ก็เป็นวัตถุดิบดนตรี และเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านนำกลับไปสร้างสรรค์งานดนตรีมากมายในกาลต่อมา หลังจากนั้น กราสซีก็กลับไปอยู่ปารีส ในปีค.ศ. 1913 จนตลอดอายุขัย ถึงแก่กรรมในปี ค.ศ. 1941

ท่านทำงานในแวดวงดนตรีและมีบทประพันธ์เพลงได้รับการตีพิมพ์มากมายหลายบท ส่วนใหญ่มีกลิ่นอายดนตรีตะวันออก ผสมผสานดนตรีฝรั่งเศสในสไตล์อิมเพรสชั่นนิสต์ซึ่งได้รับความนิยมในยุโรปในขณะนั้น

บทเพลง ‘ขบวนแห่พระบรมศพ’ (La Procession) เป็นเพลงบทที่สองในชุด ‘Trois Poemes Bouddhiques’ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ที่กรุงปารีส 2 ฉบับด้วยกัน คือฉบับสำหรับคณะนักร้องประสานเสียงและวงดุริยางค์ และฉบับสำหรับขับร้องเดี่ยวและวงดนตรีขนาดย่อม มีเนื้อร้องทั้งภาษาไทยและภาษาฝรั่งเศส เนื้อร้องไทย แต่งโดย นายทิม (เปรียญ) อยู่ในฉันทลักษณ์แบบกลอน ๘ และอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ ตีพิมพ์ที่กรุงปารีส ในปี ค.ศ. 1921 และออกแสดงที่โรงละครแห่งชาติ (Theatre national de l’Opera) ในปีนั้นเอง

เพื่อให้ชาวตะวันตกเข้าใจ ผู้ประพันธ์ได้เขียนคำอธิบายกำกับไว้ที่สกอร์โน้ตฉบับตีพิมพ์ เกี่ยวกับพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล และพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ในประเทศสยาม ความว่า

“ในประเทศสยาม เมื่อพระเจ้าแผ่นดินสวรรคต จะอัญเชิญพระบรมศพบรรจุลงในพระบรมโกศ เพื่อประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลชั่วระยะหนึ่ง ต่อจากนั้นจะเคลื่อนพระบรมโกศไปประดิษฐานที่พระเมรุมาศ ซึ่งสร้างขึ้นเฉพาะกาล เพื่อพระราชพิธีถวายพระเพลิงต่อไป
ในระหว่างพระราชพิธีทั้งในพระบรมหาราชวังและที่พระเมรุมาศ จะมีดนตรีประโคม ซึ่งเครื่องประโคมประกอบด้วยปี่ไฉน กลองชนะ มีเสียงร้องเพลงที่ฟังแล้วเหมือนเสียงร้องไห้ บาดลึก จับใจผู้ที่ได้ยินได้ฟัง....”
(แปลจากภาษาฝรั่งเศสโดย รศ.ดร. เริงรัชนี นิ่มนวล)

คำอธิบายที่ผู้ประพันธ์เขียนกำกับไว้นี้ รวมทั้งเนื้อความของบทร้อง ทำให้สันนิษฐานได้ว่า กราสซีประพันธ์เพลงนี้ขึ้นจากความทรงจำ ในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล และพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ในปี ค.ศ. 1910 ( พ.ศ. 2453) ซึ่งเป็นปีที่กราสซีกลับมาเยือนเมืองไทย

บทร้องเพลงขบวนแห่พระบรมศพ (นายทิม เปรียญ)

ฟังเอย ฟังแตร
เมื่อเป่าแห่ พระโกศ โชติช่วง
สนั่นโสต โอษฐ์เอื้อน สะเทือนทรวง
จะไปยัง วังหลวง มณเฑียรทอง
(กลอน ๘)

สายัณหเวลา สุริยาจะลับเขา
เปล่งรัศมีพราว ดุจลาครรไลจร
เปรียบด้วยพระปรมิน ทรปิ่นประชากร
สู่สรวงสถาพร แต่พระนามยังเรืองศรี
อาทิตย์ ธ อัสดง คตคงจะคืนมี
แต่โฉมนฤบดี ฤา จะคืนให้คนเห็น
(อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑)

(ถอดเป็นภาษาไทยจากที่กำกับไว้ที่สกอร์โน้ตด้วยอักขระโรมัน โดย รศ.ดร.กรรณิการ์ สัจกุล)

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2548 มีผู้นำสกอร์โน้ตฉบับดังกล่าวจากกรุงปารีส ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แล้วทรงพระราชทานให้ศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อศึกษา ฝึกซ้อม และนำออกแสดงครั้งแรกในเมืองไทย ในคอนเสิร์ต ‘ปิยมหาราชานุสรณ์’ เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปีแห่งการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ที่หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ขอเชิญติดตามรับฟังบทบันทึกเสียง เพลง ‘ขบวนแห่พระบรมศพ’ จากการแสดงครั้งประวัติศาสตร์ดังกล่าว ในรายการดนตรีคลาสสิก วันที่ 23 ตุลาคม ที่จะถึงนี้