CU Radio Logo
FM 101.5 MHz คลื่นความรู้สู่ประชาชน
วันที่ 15 ธันวาคม 2560
สมัครสมาชิกใหม่ Sign Up for CU Radio's Member ลืมรหัสผ่าน Forgot Password แก้ไขข้อมูลส่วนตัว Edit Personal Details in Your Profile
กลับสู่หน้าหลัก Back to Home
รับฟังรายการสด Live Radio
รับฟังรายการย้อนหลัง Radio on Demand
ติดต่อเรา Contact Us
Login Button
กว่าจะเป็น...วิทยุจุฬาฯ (History of CU Radio)
Download CU Radio Annual Report 2550-2554 (pdf) Download CU Radio Brochure (pdf)
CU Radio
จุดเริ่มต้น...สถานีวิทยุทดลองของนิสิตจุฬาฯ
สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ วิทยุจุฬาฯ ก่อตั้งขึ้นอย่างไม่เป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2501 จากนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ต้องการใช้ความรู้ด้านการกระจายเสียงในภาคทฤษฎีไปสู่ภาคปฏิบัติ จึงได้ทดลองทำเครื่องส่งขึ้นแล้วพัฒนาจนส่งกระจายเสียงได้จริงแล้วนำมาใช้แทนการส่งด้วยเสียงตามสายได้ในที่สุด ในระยะแรกของการก่อตั้งนั้น วิทยุจุฬาฯเป็นเพียงชมรมแสงและเสียงขึ้นอยู่กับสโมสรนิสิตจุฬาฯ ภายใต้การดูแลของอาจารย์และคณะที่ปรึกษา โดยมีประธานสโมสรนิสิตจุฬาฯ ทำหน้าที่บริหาร ไม่มีโครงสร้างการบริหารที่ชัดเจน นิสิตเป็นผู้จัดและควบคุมการส่งกระจายเสียง ไม่มีกำหนดเวลาการออกอากาศแน่นอน ขึ้นอยู่กับความสะดวกของนิสิต เพราะเป็นเพียง “สถานีวิทยุทดลอง” ที่ยังไม่อยู่ภายใต้บังคับตามพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. 2498 ได้รับงบประมาณการดำเนินงานจากค่าบำรุงสโมสรฯ และเงินช่วยเหลือจากอาจารย์ นิสิตเก่า และนิสิตปัจจุบัน มีสถานที่ทำการอยู่ที่ตึกจักรพงษ์ ชั้น 2
ต่อมาสโมสรนิสิตจุฬาฯ ได้แสดงจุดยืนทางการเมือง และติดต่อกับองค์การบริหารวิเทศกิจแห่งสหรัฐอเมริกาหรือ USOM เพื่อขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆในการกระจายเสียงจาก USIS (United State Information Service) ทำให้ได้เครื่องส่งกระจายเสียงที่ใช้ในกิจการทหาร คือ เครื่องส่ง Medium Wave ระบบ AM แบบ BC-610 กำลังส่ง 250 วัตต์ ความถี่ 1080 กิโลไซเคิล มาใช้งาน ด้วยสัญญาเช่าที่มีกำหนดเวลา 99 ปี และค่าเช่าเครื่องปีละ 1 เหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ขอบเขตการกระจายเสียงขยายกว้างออกไปสู่ภายนอกมหาวิทยาลัย แต่เมื่อดำเนินการไปได้ในระยะหนึ่ง วิทยุจุฬาฯเผยแพร่เนื้อหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและการเมืองในวงกว้างขึ้น ผู้บริหารระดับสูงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในสมัยนั้น จึงเข้ามาควบคุมการบริหารและจำกัดเวลาการส่งกระจายเสียงให้ออกอากาศได้แต่เฉพาะช่วงกลางวัน ส่วนในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้ฟังค่อนข้างมากนั้น ห้ามออกอากาศ และมีคำสั่งให้ยุติการดำเนินงานโดยปิดสถานีตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2505 ในที่สุด
ฟันฝ่าเพื่อหยัดยืน
พ.ศ. 2508 เลขาธิการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำเสนอเรื่องสถานีวิทยุจุฬาฯให้มหาวิทยาลัยทบทวน ส่งผลให้วิทยุจุฬาฯ สามารถส่งกระจายเสียงอย่างเป็นทางการได้อีกครั้ง เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2508โดยมหาวิทยาลัยเป็นผู้ควบคุมและดำเนินงานเอง ภายใต้หน่วยโสตทัศนศึกษากลาง สำนักเลขาธิการมหาวิทยาลัย มีศาสตราจารย์สำเภา วรางกูร เป็นหัวหน้าสถานีคนแรก วัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ตลอดจนความบันเทิง การดำเนินการเน้นหนักเพื่อกิจการภายในชุมชนของมหาวิทยาลัย และเริ่มมีโครงสร้างการบริหารงานอย่างเป็นทางการ และได้รับการอนุมัติให้ใช้คลื่นความถี่ด้วยความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ในระบบ FM Stereo Multiplex ความถี่ 101.5 MHz. กำลังส่ง 1 Kilowatt เสาอากาศสูง 48 เมตร ตั้งอยู่ที่คณะครุศาสตร์ ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เติบโตและพัฒนา
ในปี พ.ศ. 2520 วิทยุจุฬาฯโอนมาสังกัดฝ่ายวิชาการ เพื่อให้การปฏิบัติงานสอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยที่เน้นการให้บริการทางวิชาการแก่สังคม โดยมี ศาสตราจารย์อาภรณ์ เก่งพล เป็นหัวหน้าสถานีคนที่ 2 มหาวิทยาลัยเป็นผู้ควบคุมการดำเนินงานผ่านคณะกรรมการบริหารสถานี มีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารให้เป็นระบบมากขึ้น ตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินงานจากงบประมาณแผ่นดิน และเงินผลประโยชน์ เริ่มมีรายได้จากผู้อุปถัมภ์รายการซึ่งต่อมาขยายเป็นการโฆษณาและการให้บริการธุรกิจ การบริหารงานของวิทยุจุฬาฯ มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ ซึ่งในบางครั้งก็จำเป็นต้องมีการปรับปรุงการบริหารจัดการเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ต่างๆตลอดเวลาด้วยการปรับโอนไปสังกัดฝ่ายการศึกษาต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหน่วยงานฝ่ายวิชาการ มีการกำหนดนโยบายของวิทยุจุฬาฯว่า ควรมีบทบาทในสังคมให้มากขึ้น และดำเนินบทบาทของการเป็นสถานีวิทยุสถาบันการศึกษาที่ให้ความรู้ และแสดงบทบาทเป็นสื่อมวลชนที่ชี้นำสังคม มีการจัดหาเครื่องส่งใหม่ที่มีกำลังส่ง 5 Kilowatts และปรับปรุงเสาสูงเป็น 120 เมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายเสียง ย้ายสถานที่ตั้งมาที่อาคาร วิทยพัฒนา ชั้น 7 จวบจนปี พ.ศ. 2534 รองศาสตราจารย์ จุมพล รอดคำดี จึงได้เข้ามารับตำแหน่งเป็นหัวหน้าสถานีคนที่ 3 จนถึงปัจจุบัน
ก้าวที่กล้าและท้าทาย
พ.ศ. 2535 หลังเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” วิทยุจุฬาฯ ได้รับคัดเลือกจากมูลนิธิสื่อสร้างสรรค์ ให้เป็น “สื่อดีเด่นประเภทรายการวิทยุ” อันเป็นผลจากการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนที่ให้ข้อมูลตามความเป็นจริงจนปัญหาของบ้านเมืองได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง ศาสตราจารย์นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา อธิการบดีในขณะนั้นได้สนับสนุนให้สภามหาวิทยาลัยอนุมัติปรับปรุงการบริหารงานวิทยุจุฬาฯ ในการประชุมครั้งที่ 250 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2535 เพื่อให้เกิดความคล่องตัวด้านการบริหารจัดการในรูปแบบ “วิสาหกิจ” ภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย และขยายกิจการที่ดำเนินการอยู่ให้สามารถรองรับภารกิจที่เพิ่มขึ้นให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ตามบทบาทของสถานีวิทยุการศึกษาและข่าวสาร สะท้อนบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มีต่อสังคมให้เด่นชัดขึ้น โดยมีเป้าหมายในการดำเนินการเพื่อปรับปรุงการบริหารและการจัดการของสถานีวิทยุจุฬาฯจากระบบราชการเป็นวิสาหกิจ ขยายเวลาส่งกระจายเสียงเริ่มตั้งแต่เวลา 6.00-24.00 น. ทุกวัน เพิ่มการผลิตรายการด้านการศึกษา ข่าว สารคดี และการถ่ายทอดสดนอกสถานี พร้อมทั้งมีการปรับปรุงคุณภาพของการผลิตรายการให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และเริ่มทำความร่วมมือกับสถานีวิทยุต่างประเทศคือ Voice of America (VOA) ใน ปีพ.ศ. 2536 ในช่วงรายงานข่าวจากต่างประเทศ
ต่อมา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีวัตถุประสงค์ให้วิทยุจุฬาฯ สามารถนำรายได้ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานไปปรับปรุงและพัฒนาสถานีได้ด้วยตนเอง จึงกำหนดให้ “สถานีวิทยุสามารถมีรายได้ของตนเอง โดยไม่เป็นหน่วยงานที่แสวงหากำไร” ใน ปี พ.ศ. 2540 วิทยุจุฬาฯ ได้ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานไปสู่ “วิสาหกิจเต็มรูปแบบ” ซึ่งการบริหารงานในรูปแบบนี้ทำให้ขั้นตอนการสั่งการต่างๆลดลง เกิดความเป็นอิสระในการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการทำหน้าที่สื่อมวลชนเพิ่มมากขึ้น มีคณะกรรมการบริหารเพียงชุดเดียวเป็นผู้กำหนดนโยบายและงบประมาณ และทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารสถานี ผ่านกรรมการผู้อำนวยการ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการบริหารโดยตำแหน่ง และใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ซึ่งหมายความถึง สถานีวิทยุของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ วิทยุจุฬาฯยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ปรับปรุงเสาส่งกระจายเสียงให้มีความสูงเพิ่มขึ้นจาก 120 เมตร เป็น 150 เมตร
ยังคงก้าวต่อเนื่อง และต้องก้าวต่อไป
พ.ศ. 2547 คณะกรรมการบริหารสถานีวิทยุจุฬาฯ ได้มีมติเห็นสมควรให้มีการปรับปรุงการดำเนินงานของสถานีอีกครั้งหนึ่งใน 3 ด้านคือ ด้านโครงสร้างองค์กร ด้านบุคลากร และ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้การบริหารจัดการสามารถรองรับภารกิจการเป็นสถานีวิทยุที่สามารถส่งกระจายเสียงได้ทั้งทางอากาศ และระบบทางสายด้วยระบบมัลติมีเดียครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และมีบทบาทการเป็นผู้นำสถานีวิทยุในเครือข่ายสถาบันการศึกษา สามารถให้ความรู้ทางวิชาการไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ด้วยรูปแบบรายการที่เหมาะสมและมีเนื้อหาที่เป็นองค์ความรู้จากคณะและสถาบันในมหาวิทยาลัย ผลการปรับปรุงทำให้เกิดช่องทางการรับฟังเพิ่มขึ้นผ่านทางเว็บไซต์ของสถานี www.curadio.chula.ac.th และมีการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาการผลิตรายการร่วมกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น เช่น “เครือข่ายพันธมิตรสถานีวิทยุสถาบันการศึกษา” จากการรวมตัวกัน 11 มหาวิทยาลัยและสถานีวิทยุศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ผลิตรายการและออกอากาศในชื่อ “รายการเครือข่ายสายตรงวิทยุสถาบัน” ทำให้สามารถขยายพื้นที่การออกอากาศของสถานีวิทยุของสถาบันการศึกษาต่างๆไปทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 54 จังหวัด นอกจากนี้ สถานีวิทยุจุฬาฯยังได้ร่วมมือกับ “สถานีวิทยุ CRI ปักกิ่ง ประเทศจีน” ผลิตรายการ “สานสัมพันธ์ไทยจีน” ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ทำให้สถานีวิทยุจุฬาฯเป็นสถานีวิทยุการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยที่มีการผลิตและออกอากาศรายการวิทยุร่วมกับสถานีวิทยุแห่งชาติของประเทศสาธารณะรัฐประชาชนจีน
พ.ศ. 2549 วิทยุจุฬาฯ ปรับปรุงห้องออกอากาศเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการส่งกระจายเสียงในระบบดิจิตอลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และใน พ.ศ. 2550 จัดหาเครื่องส่งใหม่ กำลังส่ง 5 kilowatts แบบ Solid State ทดแทนเครื่องส่งเดิมที่มีอายุการใช้งานนานกว่า 17 ปี
พ.ศ. 2551 - 2552 วิทยุจุฬาฯปรับปรุงเสาส่งกระจายเสียงเป็นแบบ Guyed Mast Tower ความสูง 151.5 เมตร และสายอากาศแบบ Vertical ทำให้คุณภาพการกระจายเสียงมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากรายงานผลการวัดและทดสอบการแพร่กระจายคลื่นของวิทยุจุฬาฯในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมาย พบว่า วิทยุจุฬาฯสามารถรับฟังได้ดีถึงดีมากในแทบทุกพื้นที่ประมาณร้อยละ 80 - 90 ในขณะที่พื้นที่รับฟัง ในต่างจังหวัดมีรัศมีการกระจายเสียงลดลงจาก 25 จังหวัดเป็น 16 จังหวัด จากสาเหตุการรบกวนของสถานีวิทยุชุมชนที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็วนับแต่ พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา
ก้าวสู่ สถานีวิทยุแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพในระดับสากล ISO 9001
นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มีผลใช้บังคับ ทำให้คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และวิทยุโทรคมนาคม กลายเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานภาครัฐที่เคยเป็นผู้ผูกขาดการใช้และการหาประโยชน์จากการใช้คลื่นความถี่แต่เพียงกลุ่มเดียวอาจต้องสิ้นสุดลงในอนาคต ประกอบกับมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 ต่อเนื่องกันมา ที่กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการต้องมีการประเมินคุณภาพเพิ่มเติมเป็นเงื่อนไขในการต่ออายุใบอนุญาต วิทยุจุฬาฯในฐานะสถานีวิทยุของสถาบันการศึกษาตระหนักถึงผลกระทบที่จะต้องได้รับจากการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายดังกล่าว จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรองรับเงื่อนไขในทุกด้าน ซึ่งหมายถึงการเตรียมความพร้อมที่สำคัญด้านหนึ่งคือ การบริหารจัดการภายในที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล
วิทยุจุฬาฯ จึงได้เริ่มปรับปรุงระบบการบริหารจัดการ ให้เข้าสู่ระบบมาตรฐานสากล ด้วยการประยุกต์ใช้มาตรฐาน ISO 9001:2000 ตั้งแต่ พ.ศ. 2543 และสามารถผ่านการตรวจรับรอง จาก Bureau Veritas หรือ BVQI ประเทศฝรั่งเศส เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2546 และพัฒนาจนผ่านการตรวจรับรองการประยุกต์ใช้มาตรฐาน ISO 9001: 2008 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2552 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
Left Button
รายการคลินิก 101.5รายการพูดจาประสาช่างรายการฮ.นกฮูก นักอ่านรายการวิทยาสามนาทีรายการอังกฤษอินสไตล์รายการคุยกันทันสื่อรายการเจาะข่าวเช้านี้รายการเปิดประตูสู่มหาวิทยาลัยรายการหยิบมาถก ยกมาคุยรายการนิติมิติรายการจิตวิทยาเพื่อคุณรายการไทยศึกษารายการสัตวแพทย์สนทนา
Right Button